เตียโก อัลกันตารา กองกลางคนสำคัญที่ทำให้คล็อปป์ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

editor

Thiago Alcantara do Nascimento หรือ เตียโก อัลกันตารา นักเตะชาวสเปนตำแหน่งกองกลางที่ทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลออกมาประกาศว่าไม่สามารถช่วยทีมลงทำศึกได้เนื่องจากติดโรคระบาดโควิด19 แต่อาการไม่น่าเป็นห่วง กักตัวตามกำหนดเวลาและหายจากอาการแล้วจะกลับมาช่วยทีมได้เช่นเดิม วันนี้เรามารู้จักอัลกันตารานักเตะทีมชาติสเปนผู้นี้กันว่าเพราะเหตุผลอะไรที่คล็อปป์ถึงยอมทิ้งหลักการไม่ซื้อนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์และหันมาคว้าตัวนักเตะคนนี้กัน อ่านข่าวบอลเพิ่มเติม >>> @ufabet168v4 

ลิเวอร์พูลแถลงติอาโก้ติดเชื้อโควิด-19 | Goal.com

เตียโก อัลกันตารา กับเหตุผลดีๆ ที่ลิเวอร์พูลต้องมีไว้ในครอบครอง

เตียโก อัลกันตารา นักเตะผู้มีถึง 3 สัญชาติทำให้เขาสามารถเลือกได้ว่าจะลงเล่นให้ทีมชาติใดไม่ว่าจะเป็นสเปน อิตาลีและบราซิล ซึ่งเขาเชื่อในคำแนะนำของบิดาและเลือกที่จะลงเล่นให้กับทีมชาติสเปนในที่สุด อัลกันตาราถือว่าเป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ที่ทำลายความตั้งใจกุนซือใหญ่ของสโมสรหงษ์แดงลืเวอร์พูลที่ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่มีการดีลซื้อซุปเปอร์สตาร์อย่างแน่นอน แต่วันนี้คล็อปป์ต้องยอมกลับลำคว้าตัวอัลกันตารามาร่วมทีมในที่สุด

เหตุผลที่ทำให้คล็อปป์ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองและทิ้งน้ำตั้งใจไว้เบื้องหลังเพราะนักเตะกองกลางอย่างอัลกันตารา มีทักษะความสามารถในฐานะนักเตะกองกลางอย่างชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์หรือทดสอบความสามารถใดๆ ทั้งสิ้นในขณะที่กองกลางของหงษ์แดงมีเพียงโซต้าที่สามารถช่วยทำงานได้อย่างเต็มที่เท่านั้น จึงเลือกเพียงทางเลือกเดียวที่คล็อปป์จะทำให้กองกลางของหงษ์แดงแข็งแกร่งขึ้น

สาเหตุที่สำคัญที่คล็อปป์เลือกที่จะปิดดีลซื้อตัวอัลกันตารา ไม่ใช่เพราะเขาเก่งและทักษะดี แต่เขามีความบ้าคลั่งในเกมลูกหนังเช่นเดียวกับคล็อปป์ แม้ผลงานการทำประตูน้อยในการลงสนามแต่เขาสามารถวิ่งได้ตลอดเวลาทั่วสนาม ทำหน้าที่ในตำแหน่งตัวเองได้ดีและช่วยเพื่อนร่วมทีมในตำแหน่งอื่นๆ ได้ตลอดเวลาทั้งเกมรับและเกมรุก ลักษณะเหล่านี้นี่เองที่ทำให้คล็อปป์ยอมทำลายปรัชญาตัวเองและคว้าตัวอัลกันตารามาร่วมทีมในที่สุด ทีมที่ตกชั้น EPL 2020

จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลเพื่อมุ่งสู่นักฟุตบอลอาชีพ

เตียโกอัลกันตารา เข้าสู่อคาเดมีตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบโดยมีมาซิญโญ ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นนักเตะระดับโลกให้คำชี้แนะตลอดเวลา จากการฝึกฝนอย่างหนักและทักษะส่วนตัวที่ดีเยี่ยม อัลกันตาราสามารถแจ้งเกิดด้วยวัยเพียง 18 ปีกับทีมสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่าได้แบบสบายๆ

แต่ในเวลาเดียวบาร์ซ่าขณะนั้นมีกองกลางอย่างชาบี เอร์นันเดซ และ อันเดรียส อิเนียสต้า ทำให้เขาเลือกที่จะย้ายทีมเพื่อเปิดโลกที่กว้างขึ้น เพิ่มโอกาสให้ตัวเองมากขึ้นและสร้างทักษะ ประสบการณ์ใหม่โดยย้ายออกจากสโมสรบาร์เซโลน่าในปี 2013 ตามเจ้านายเก่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าไปเล่นให้กับสโมสรบาเยิร์น มิวนิคในเยอรมันนี

การย้านทีมจากสโมสรบาร์เซโลน่าไปอยู่สโมสรบาเยิร์น มิวนิค ส่งผลให้รูปแบบการเล่นของอัลกันตาราถูกเปิดกว้างขึ้น สร้างประสบการณ์เพิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ เขาสามารถเล่นตำแหน่งกองกลางและสามารถวางบอลไกลได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องเงยหน้ามองเพื่อนร่วมทีมในขณะลงสนามแต่อย่างใด สามารถอ่านเกมคู่ต่อสู่ออกตลอดเวลาที่ลงสนามและถือว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทีมฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถประกบการเล่นของเขาได้เลยตลอดทั้งเกม

การเริ่มต้นสร้างผลงานในฐานะนักเตะในลีก บุนเดสลีกา เยอรมันนี

ในปี 2013 อัลกันตาราสามารถลงสนามและทำประตูแรกในนามของนักเตะบาเยิร์นได้สำเร็จในรายการชิงแชมป์สโมสรโลกปี 2013 ช่วยทีมเอาชนะสโมสรรายาคาซาบลังกาจากโมร็อกโกไปด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 0 ต่อมาในเดือนมกราคม 2014 เขาสามารถทำประตูแรกได้ในลีก บุนเดสลีกา เยอรมันนีในนัดที่พบกับทีมสตุทท์การ์ทและได้รับเลือกให้เป็นประตูที่สวยที่สุดประจำเดือนมกราคม 2514 เลยทีเดียวพร้อมกับทำอีก 1 แอสซิสให้เกลาดิโอ ปิซาร์โรทำประตูแรกช่วยให้บาเยิร์นเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 1

ฤดูกาล 2014-2015 ในบุนเดสลีกา เขาสามารถสร้างสถิติต่างๆ ได้ไม่น้อยและสามารถช่วยทีมบาร์เยิร์นได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการลงสนาม 1 นัดที่ลงสนามสามารถสัมผัสบอลถึง 185 ครั้ง สูงสุดในบุนเดสลีกา เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลังจบฤดูกาลนี้เขาต้องพักยาวเป็นเวลา 1 ปีเนื่องจากอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขาด ในฤดูกาล 2014-2015 เตียโกอัลกันตารา ลงเล่นในบุนเดิสลีกา 16 นัดลงเล่นในเยอรมันคัพ 2 นัด ลงเล่นในแชมเปียนส์คัพ 4 นัด ลงเล่นในเยอรมันซูเพอร์คัพ 1 นัดและลงเล่นในรายการฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีก อีกจำนวน 2 นัด

ต่อมาในฤดูกาล 2016–17 ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่การ์โล อันเชลอตตี เขายังคงฟอร์มาการเล่นที่ส่ำเสมอและสร้างผลงานได้ดีจนได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัดการแข่งขันอยู่อย่างต่อเนื่องจากผลงานการทำประตูและแอสซีสบอลให้เพื่อร่วมทีมเพื่อทำประตู และหลังจบฤดูกาลเขาได้ต่อสัญญากับสโมสรบาร์เยิร์นมิวนิคออกไปอีก 4 ปีสิ้นสุดสัญญาในปี 2021

ฤดูกาล 2017-2018 อัลกันตารา ถูกอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เรื่อยๆ ทำให้โอกาสช่วยทีมไม่สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอหมดฤดูกาลเขาลงเล่นทั้งหมด 42 นัดทำประตูได้ 3 ประตู และเริ่มมีข่าวการย้ายทีมไปยังสโมสรในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษแพร่สะพัดออกมา

เตียโก อัลกันตารา กับการเป็นนักเตะในพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ

จากการข่าวที่แพร่สะพัดถึงการย้ายทีม เตียโกอัลกันตารา สู่ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่สุดแล้วในปี 2020 สโมสรต้นสังกัดสามารถปิดีลซื้อขายตัวอัลกันตาราให้กับทีมหงษ์แดงลิเวิร์พูลได้สำเร็จด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ระยะเวลาตามสัญญา 4 ปี

เขาเริ่มลงสนามครั้งแรกในฐานะตัวสำรองในนัดที่หงษ์แดงพบกับสิงโตน้ำเงินครามเซลซีที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์และจบเกมด้วยการชนะไปของทีมลิเวอร์พูล 2 ประตูต่อ 0 สามารถสร้างสถิติผ่านบอลมากถึง 75 ครั้งใน 45 นาทีมากกว่านักเตะรวมกันทั้งทีมของเซลซีที่ลงเล่นตลอดทั้งเกมอีกด้วยและเป็นตัวเลขที่มากที่สุดตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา แม้อัลกันตาราจะไม่มีอาการบาดเจ็บเหมือนในช่วงก่อนแต่ก็ยังไม่พ้นที่ต้องมีอาการป่วยอดช่วยทีมต้นสังกัดใหม่ตามเคยโดยทางสโมสรลิเวอร์พูลออกมาประกาศว่าเขาติดโควิด19 เมื่อเดือนกันยายน 2020 และอยู่ระหว่างการกักตัว

ผลงานในฐานะนักเตะทีมชาติสเปน

เตียโกอัลกันตารา ลงเล่นให้กับทีมชาติสเปนในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่น U17 ในปี 2008และสามารถทำประตูคว้าชัยได้ในนัดชิงชนะเลิศ และลงสนามอีกครั้งในปี 2011 โดยสามารถสร้างผลงานด้วยการยิงฟรีคลิกระยะไกล 40 หลาใส่ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่น u21 และคว้าแชมป์รายการนั้นพร้อมกับรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัดชิงชนะเลิศ

ต่อมาในปี 2013 เขาทำแฮตทริกในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่น U21 อีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ ช่วยให้ทีมชาติสเปนเอาชนะทีมชาติอิตาลีไป 4 ประตูต่อ 2 คว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน

สำหรับการลงเล่นในฐานะนักเตะทีมชาติสเปนชุดใหญ่ อัลกันตาราได้ลงสนามในปี 2011 ในนัดกระชับมิตรและในปี 2012 ลงสนามในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 รอบคัดเลือกต่อมาในปี 2014 เขาติดโผรายชื่อนักเตะทีมชุดใหญ่ในรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 แต่ต้องขอถอนตัวออกไปเพราะอาการบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่า

หลังจากหายอาการบาดเจ็บในปี 2015 กุนซือใหญ่ทีมชาติสเปนเรียกตัวเขามาช่วยทีมชาติชุดใหญ่อีกครั้งในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ต่อมาปี 2018 ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเพื่อลงทำศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียและสามารถลงสนามได้ถึง 2 นัดในรายการนี้

ผลงานของเขายังคงสม่ำเสมอหากไม่รวมช่วงเวลาที่บาดเจ็บและป่วย ในช่วงเวลาต่อไปเขายังคงมีโอกาสแผลงฤทธิ์ในพรีเมียร์ลีกอีกแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทีมหงษ์แดงดีวันดีคืนและมีกองกลางที่เข้มแข็งขึ้น การทำงานและลงสนามของเขากับโซต้า เชื่อแน่ว่าผลงานดีๆ ของทีมหงษ์แดงต้องปรากฏต่อสายตาแฟนบอลในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน

Next Post

อยากดูหมี คลิก หนูมา

https://www.ufaarena.com/wp-content/uploads/2020/1 […]

Subscribe US Now